illustPOD-I draw therefore I am

illustPOD-I draw therefore I am header image 1

illustpod:vid ep8:crane manga illustration ipadpro procreate process

Watch Now:

crane manga illustration ipadpro procreate process video

illustpod:vid ep 7:รีวิว pen and ink drawing workbook

Watch Now:

รีวิว หนังสือ pen and ink workbook  ของ Alphonso Dunn มีขายใน Kinokuniya ค่ะ

illustpod:vid ep6:compilations of speed drawing manga illustration

Watch Now:

รวมขั้นตอนการวาดภาพหลายภาพค่ะ

illustpod:wisdomwalk ep 36:การใช้ reference อย่างถูกต้อง

reference คืิอ ภาพอ้างอิงอาจจะเป็นแบบ ภาพถ่าย หรือภาพที่เป็นแรงบันดาลใจของเรา ที่เป็นต้นแบบในการวาดรูปค่ะ

ซึ่งอาจจะมาจากการถ่ายรูปเอง,หาจาก google หรือตามอินเตอร์เนท ซึ่งการวาดรูปแล้วมี reference นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ ตรงกันข้าม คนที่เป็นมืออาชีพแล้ว ล้วนใช้ reference ด้วยกันทั้งสิ้น การมีแบบอ้างอิงจะทำให้งานเราดูสมจริงมีความเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น

อย่างเช่น ของประกอบฉากอย่างรถ คงไม่มีใครวาดจากความทรงจำ หรือสิ่งที่เราคิดเองทั้งหมด เพราะมันจะทำให้เพี้ยนและดูผิดไปจากความเป็นจริงค่ะ และอาร์ติสท์หรือนักวาดที่เก่งๆหลายคนล้วนแต่ใช้ reference เป็นกันทั้งนั้นและเวลาวาดรูปขึ้นมารูปหนึ่งต้องอาศัย reference หลายภาพด้วยกัน แต่หลายๆคน ยังไม่รู้วิธีการใช้ reference ที่ถูกต้องค่ะ เรามาดูกันว่าใช้ reference ที่ถูกต้องเป็นยังไง

1.ถ่ายรูปreference เอง
อันนี้ปลอดภัยที่สุดค่ะ เพราะรูปของเราเป็นลิขสิทธิ์ของเราเอง หลายๆคนอาจจะมีอคติกับการดราฟงาน ดราฟรูปถ่าย จริงๆแล้วถ้าเป็นรูปที่ถ่ายเองหรือซื้อมาอย่างถูกต้องจะไม่ใช่เรื่องผิดเลยค่ะ ตรงกันข้ามจะทำให้งานเร็วขึ้นด้วยซ้ำ เพราะการวาดใหม่ทั้งหมด เอาเข้าจริงเวลาทำงานจริงเสียเวลาใช่น้อยค่ะ พาลจะทำงานไม่ทันเอา

 

แต่เด็กรุ่นใหม่ๆหลายคนมักจะเล่นง่ายเข้าว่า โดยการดราฟงานจากศิลปินที่ตัวเองชอบ แบบนั้นง่ายไปหน่อยค่ะ อันตรายด้วยถ้าถูกจับได้จะเสียชื่อ และชื่อเสียงนี่ถ้าเสียไปแล้วแก้คืนยากค่ะ ถ้าให้เราแนะนำควรมีกล้องดีๆซักตัวนึงค่ะ ที่พกพาได้เอาไปถ่ายภาพอ้างอิงไว้ใช้เองค่ะ ซึ่งรูปที่ถ่ายนั้นก็ควรจะหลากหลาย มีทั้ง texture ,สถานที่,คน หรือแม้กระทั่งเวลาวาดมือไม่ถูก เราก็สามารถถ่ายภาพได้ รวมไปถึงเราสามารถใช้ eyedropper tool หรือตัวดูดสีจาก photoshop ดูดสีจากภาพถ่ายมาใช้ในงานได้ทันทีอีกด้วยค่ะ ซึ่งถ้าเรามี library ส่วนตัวไว้เยอะๆเวลาทำงานก็จะสบายค่ะ เพราะสามารถนำภาพถ่ายที่มีมาใช้ได้ทันที

2.หาจาก stock photo
รูปที่ปลอดภัยในการใช้งานที่สุด ก็คงเป็นรูปที่เสียเงินซื้อมาจาก stock photo site ต่างๆค่ะ เพราะรูปเหล่านี้เจ้าของอนุญาติให้เราใช้ได้โดยไม่ติดเรื่องของลิขสิทธิ์ เราจะนำไปทำซ้ำยังไงก็ได้ค่ะ ซึ่งปัจจุบันนี้มีเว็บ microstock มากมายไว้ให้บริการเช่น istockphoto,getty image ซึ่งเวลาที่เราใช้งานเว็บพวกนี้จะต้องซื้อเครดิตค่ะ และรูปแต่ละขนาดก็ใช้เครดิตไม่เท่ากันในการดาวน์โหลด

3.หาจากเว็บรวมรูปอย่าง flickr,deviantart โดยใช้รูปที่เป็น creative commons

รูปที่ปลอดภัยรองลงมาคือรูปที่เขียนว่า creative commons ค่ะ แต่มีข้อแม้ว่ารูปจะต้องอนุญาติให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ด้วยนะคะ ซึ่งก่อนที่เราจะนำรูปไปใช้งานนั้นควรจะดูดีๆด้วยค่ะ แล้วก็บางคนอาจจะรู้สึกว่าแค่เอาเป็นแบบ ซีเรียสด้วยเหรอเรื่องการใช้รูป ถ้าเป็นรูปที่ติดเรื่องลิขสิทธิ์ การที่เราวาดตามแบบเป๊ะๆแล้วนำงานนั้นไปขายเชิงพาณิชย์ถือว่าเป็นเรื่องผิดค่ะ ยกเว้นเราจะดัดแปลงจนเหลือเค้าเดิมของรูปต้นฉบับไม่มาก คือใช้เป็นแรงบันดาลใจเฉยๆ


4.ใช้รูปเป็นแรงบันดาลใจหรือเอาอารมณ์รวมๆเฉยๆ
อันนี้คือสิ่งที่เรียกว่าความแตกต่างระหว่างการวาดให้เหมือนแบบกับการเอาอารมณ์ของภาพนั้นๆมาและดัดแปลงให้เป็นลายเส้นของเราเองค่ะ ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้เราต้องมีภาพอ้างอิงมากกว่า 1 รูป อย่างเช่นเราต้องการวาดทะเล เราก็หาภาพทะเลหลายๆมุมหลายๆแบบมา อาจจะเป็นภาพจากอินเตอร์เนทหลายๆแหล่ง จะเป็นรูปที่เซฟมาจาก google ก็ได้

แต่ว่าวิธีการนี้เราจะไม่ก็อปปี้ภาพอ้างอิงตรงๆค่ะ แต่จะเอาอารมณ์รวมเฉยๆ เช่นกรณีของทะเล เราสามารถดูดสีน้ำทะเล เอามาเพนท์เป็นสีน้ำของเราได้ และสังเกตุว่าลายน้ำตรงทะเลมีรูปร่างยังไง ก้อนเมฒมีลักษณะเป็นยังไง จากนั้นก็เพนท์เอาอารมณ์ให้ใกล้เคียงแต่ไม่ใช่ก็อปจนเหมือนแบบทุกกระเบียดนิ้ว แบบนั้นถ่ายรูปเอาดีกว่าค่ะ


5.ควรให้เครดิตที่มาของภาพอ้างอิง
ถ้าเราใช้ texture ของที่ไหนแล้วและภาพนั้นเป็น creative commons เราควรให้เครดิตที่มาของภาพอ้างอิงไว้ด้วยเวลาที่เราโพสต์รูปค่ะ การให้เครดิตถือเป็นมารยาทที่ดีอย่างหนึ่ง และจำไว้ว่า ถ้าภาพนั้นมี copyrights เราควรระวังอย่างมากในการใช้รูปนั้นเป็นแบบค่ะ คือใช้เป็นแรงบันดาลใจเอาอารมณ์ได้ แต่ถ้าก็อปจนเหมือนจะถือว่าผิดลิขสิทธิ์แน่นอนค่ะ ซึ่งในประเทศที่ซีเรียสมากๆอย่างญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องหนักหนาทีเดียว

ขณะเดียวกันในบ้านเราดูจะไม่เคร่งเท่าประเทศเขาเลยทำให้มีนักวาดหลายๆคนทำผิดมารยาทที่ควรจะเป็นกันมากค่ะ และมักจะอ้างเหตุผลข้างๆคูๆหรือมักจะอ้างว่าใครๆก็ทำกัน ซึ่งจริงๆแล้วตามหลักการถือว่าผิดค่ะ ถ้าเราไม่ได้เป็นเจ้าของรูปอ้างอิงนั้นๆควรระวังให้มากในการนำรูปของเขามาใช้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามค่ะ


6.หาจากหนังสือรวมภาพ reference หรือสารานุกรมรวมความรู้ต่างๆ,หนังสือรวมคลิปอาร์ท

วิธีนี้ก็ปลอดภัยเช่นกันค่ะ เพราะว่าหนังสือ reference มักจะเป็นหนังสือที่ทำมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ หรือถ้าเป็นสารานุกรมเราควรใช้เป็นแบบอ้างอิงในการดีไซน์ของเราค่ะ เช่นเราจะออกแบบชุดเกราะแฟนตาซี เราก็ควรไปหารูปแบบชุดเกราะในยุคต่างๆกันมาดูและนำแบบมาประยุกต์ให้เป็นงานของเราเองค่ะ หนังสือ reference เราสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วๆไปหรือจะซื้อที่อเมซอนก็ได้โดยหนังสือเหล่านี้สำนักพิมพ์ที่พิมพ์ออกมาเยอะๆเลยคือพวก dover pictorial archive ค่ะ


แต่ทุกอย่างมีข้อยกเว้นค่ะ คือถ้าเราทำเพื่อการศึกษาก็ได้แต่ควรเก็บรูปนั้นไว้ดูเองอย่าโพสต์ตามอินเตอร์เนทถ้ารูปนั้นติดลิขสิทธิ์ค่ะ ถ้าเป็นรูปดาราแล้วเราวาดภาพเหมือนถือว่าไม่เป็นไรค่ะถ้าเป็นการศึกษา ถ้าเราจะโพสต์รูปก็ได้ แต่อย่าเอารูปนั้นไปใช้เชิงการค้าค่ะ เพราะติดลิขสิทธิ์เช่นกัน
เพราะฉะนั้นมาเริ่มสร้าง library ส่วนตัวเป็นภาพอ้างอิงมาใช้เองดีกว่าค่ะ

illustpod:lifebrew ep 22:ปรัชญาชีวิต กับ อุปนิสัยของคนเป็นนักวาดที่ดี

มาดูกันนะคะว่าอุปนิสัยของคนเป็นนักวาดที่ดีมี มีอะไรบ้างแล้วก็ไปเจอเพื่อนมาค่ะได้ ได้ปรัชญาด้วย 

วันก่อนเจอเพื่อนชาวต่างประเทศชื่อมาริโอกับเอมิลิโอผ่านทางเต้ย

สองคนนี้มีแนวคิดที่น่าสนใจมากที่นำมาเล่าเพราะคิดว่าศิลปะคือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์

เราจะเรียกสั้นๆว่าเอมิ

เอมิบอกว่าเขาไม่รู้ว่าpassion เขาคืออะไร

จึงเลิกกับแฟนชาวนอร์เวย์แบบไม่เจ็บปวด

เขาบอกว่าท่ีเขาต้องเลิกกับเธอเพราะเธอเจอความใฝ่ฝันของเธอแล้ว

แต่เขายังไม่

เขาจึงตัดสินใจว่าถ้าเขาอยู่กับเธอต่อไปมันทำให้เขาไม่รู้แล้วว่า

จริงๆแล้วเขาอยากทำอะไรการที่เขาไม่รู้ความหลงใหลของตัวเอง

มันทำให้เขานั้นมีความหลงใหลในตัวแฟนน้อยลงไปด้วย

เขาจึงมาไทยเพื่อตามหาpassion และความฝัน

เราบอกว่าปัญหาของเขาประหลาดมากมันเหมือนกับปัญหา

ของคนที่ทำงานประจำมากเป็นระยะเวลานานมากๆ

passion  หรือสิ่งที่เคยมีต่อสิ่งที่ทำมันจะหายไป

แล้วเราก็คิดถึงตัวเรา

ที่บอกตรงๆว่าเราเหนื่อยกับการวาดรูป

เราชอบสอนแต่ต้องวาดเพราะต้องรักษาฝีมือเอาไว้

เรามีพาร์ทที่vulnerable หรืออ่อนแอเหมือนกับคนอื่นๆ

ที่ไม่วาดรูปต่อไม่ใช่เพราะยอมแพ้แต่มันเป็นเพราะpassion มันเปลี่ยนไป

เราจึงบอกว่าเขากล้ามากเหมือนกับเรื่องcaterpillar syndrome

ในหนังสือthink better ที่เขียนไว้ว่านักวิทยาศาสตร์ได้เอาขบวนหนอน

มาเรียงกันรอบๆกระถางต้นไม้แล้วเอาอาหารวางไว้ตรงกลาง

ปรากฏว่าหนอนไม่ยอมเดินไปตรงกลางแต่ตามตัวหน้าไปจนอดตาย

แต่เอมิกล้าที่จะฝ่าวงหนอนออกมา

ปัญหาของเขาคือ

เขาไม่รู้ว่าอาหารที่ว่าอยู่ตรงไหน?

ซึ่งสำหรับเขามันคือPassion นั่นเอง

เอมิชอบเอคฮาร์ททอลล์ผู้เขียนpower of now มาก

 

เขาบอกว่าคนเรามีอีโก้และตลอดชีวิตเราพยายามแก้ไขอีโก้นั้นเสมอไป

ความสัมพันธ์นั้นเราอยากได้ความสุขจากอีกฝ่าย

เพราะเรารู้สึกว่ามันจะมาเติมเต็มในสิ่งที่เราขาด

ถ้าเราโชคดีเราก็จะเจออีกคนที่คิดเหมือนกัน

แต่ความสัมพันธ์ไม่ใช่การเติมเต็มสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งขาดหายไป

โดยมากความสัมพันธ์ของคนที่คิดว่า

ถ้าเราได้คู่กับคนๆนี้จะมีความสุข

มักจะล่มสลายเสมอ

เหมือนกับเรื่องการวาดรูป

เรามัวแต่คิดว่าถ้าวาดเหมือนอาจารย์ท่านนี้ท่านนั้นคงมีความสุข

โดยเราลืมไปว่า

ความสุขมันคือ moment หรือปัจจุบันขณะที่วาดรูป

ไม่ใช่ความสุขที่อยู่ในอนาคต

ถ้าคุณมัวแต่คิดว่าอยากวาดได้แบบนั้นแบบนี้

ใจคุณไม่อยู่กับปัจจุบัน

มาริโอบอกว่าเราไม่สามารถมีความสุขได้ถ้าใจไม่อยู่กับปัจจุบันค่ะ

ไม่ว่าเราจะเคยสำเร็จล้มเหลวมากี่ครั้ง

มันก็เป็นเรื่องของอดีต

อัลเฟรดแอดเลอร์นักจิตวิทยาชื่อดัง

กล่าวเอาไว้ว่าอดีตไม่มีผลต่อปัจจุบันเพราะถ้าอดีตมีผลต่อปัจจุบัน

ปัจจุบันจะfix และไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้เพราะอดึตถูกfix ไว้หมดแล้ว

ส่วนมาริโอ

เขาบอกว่าเขาเชื่อในคน

และเขาเชื่อว่าทุกเส้นทางที่เราเลือกนั้น

ดีที่สุดแล้วและการตัดสินใจที่แย่

ทำให้เรามาอยู่ตรงนี้

ทางเดินที่เราเคยคิดว่า

เราจะย้อนกลับไปทำมันไม่มีอยู่จริง

หรือถ้าเราทำได้เราแน่ใจได้ยังไงว่า

มันเป็นเส้นทางที่มีความสุขกว่าเดิม?

ไม่ติสท์แตกเกิน

เช่นสั่งให้ทำงานแนวนี้แต่แหวกไปอีกแนวสั่งให้ลงสีง่ายๆไปลงสีซับซ้อนนั่นก็คือทำงานได้ไม่ตรงตามคำสั่งที่ได้รับมามีผลทำให้ต้องแก้งานอยู่เรื่อยๆทำให้เสียเวลางานเสร็จไม่ตรงตามกำหนดและทำให้คุณเหนื่อยเกินจำเป็น

มีระเบียบวินัยตรงต่อเวลา

นั่นก็คือสั่งงานวันไหนก็ส่งตรงตามเวลาหรือก่อนเวลาเหตุใดๆฉุกเฉินเช่นป่วยก็ควรจะส่งก่อนเวลาไปซะการส่งงานไม่ตรงเวลาจะทำให้คุณเสียเครดิตและความไว้วางใจซึ่งการจ้างงานนั้นความไว้ใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าบอกวันไหนเดดไลน์ต้องส่งตรงหรือส่งก่อนเท่านั้นไม่เช่นนั้นก็เป็นนักวาดต่อไม่ได้ค่ะ

คุณภาพสม่ำเสมอคาดเดาผลได้

ก็คือสไตล์ในการวาดมีความสม่ำเสมอไม่แกว่งไม่ใช่ภาพนึงแนวนึงภาพนึงอีกแนวนึงเหมือนคนละคนกันวาดยังไงยังงั้นซึ่งเราควรจะรู้ว่างานของเรานั้นมีขั้นตอนในการทำอย่างไรที่ประหยัดเวลามากขึ้นเช่นถ้าเป็นของเราก็จะเป็นการทำthumbnail sketch เล็กๆก่อนแล้วขยายใหญ่ขึ้น

แล้วค่อยวาดรายละเอียดเท่าที่จำเป็นถ้าเราวาดรายละเอียดเยอะเกินไปในขณะที่งานเป็นการ์ดขนาดเล็กๆจะทำให้เสียเวลาในการทำมากยกเว้นการ์ดบางตัวที่เน้นคุณภาพผลงานสูงๆเช่นMagic the gathering กับการ์ดApplibot ทุกตัวค่ะและงานต่อๆไปก็ต้องรักษาความละเอียดความสวยงามของงานและคุณภาพต้องพอๆกันจะดีที่สุด

ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัวมาลงในงาน

เช่นอยากทดลองลงสีแบบนี้จังเลยอยากลองเพนท์แบบนั้นดูบ้างจังเลยการทำแบบนั้นมันไม่ดีเนื่องจากลูกค้าคาดหวังให้คุณทำงานตามสไตล์ที่กำหนดเอาไว้และคุณไม่ควรทดลองคือใช้อารมณ์อยากส่วนตัวมาทำให้งานเสียถ้าคุณอยากทดลองวิธีการลงสีใหม่ๆให้ทำที่งานส่วนตัว

ส่วนงานที่ต้องส่งส...หรือลูกค้าให้ทำสไตล์ที่เขาอยากได้เท่านั้นรวมไปถึงไม่ควรระบายความโกรธสตาฟหรือเจ้าหน้าที่ๆทำการดีลงานกับคุณแค่เขาสั่งแก้หรืออาจจะเรื่องมากบ้างคุณเลยออกมาทำงานแค่ให้มันจบๆไปไม่ได้ตั้งใจทำงานสุดท้ายงานก็ไม่ผ่านเขาให้โจทย์อะไรมาก็ทำตามโจทย์ดีที่สุดค่ะ

ไม่เรื่องมาก

ไม่เรื่องมากในที่นี้ก็คือเวลาสั่งแก้งานก็แก้ทันทีและแก้ได้ถูกจุดบอกว่าจะได้ค่าแรงเท่านี้เมื่อตอบรับแล้วก็ไม่มีปัญหาไม่ทำให้ลูกค้าปวดเศียรเวียนเกล้าที่สำคัญคือไม่นำลูกค้าไปนินทาให้เสียชื่อเสียงถ้าไม่พอใจขั้นตอนในการทำงานช่วงไหนก็ให้คุยกับลูกค้าดีๆเวลาเขาสั่งแก้ตรงไหนอีก

ก็แก้ไขให้ตรงจุดไปจะได้ไม่โดนแก้บ่อยๆแต่อย่าลืมบอกตั้งแต่ช่วงต้นว่างานรวมค่าแก้งานแล้ว3 ครั้งถ้าแก้เกินมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อป้องกันลูกค้าบางคนที่เอาเปรียบนักวาดค่ะ

วางแผนงานได้ดี

การวางแผนงานที่ดีจะช่วยให้ลูกค้าและคุณลดเวลาที่ปวดหัวระหว่างการทำงานไปได้มากโดยจุดนี้คือคุณจะต้องคุยกับลูกค้าให้เรียบร้อยก่อนว่าเขาต้องการงานแบบไหนปริมาณงานและงบประมาณงานมีเท่าไรแล้วคุณจึงประเมินราคาแล้วค่อยบอกขั้นตอนการทำงานให้ลูกค้า

ซึ่งงานวาดแต่ละแบบขั้นตอนอาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างขึ้นอยู่กับชนิดของงานและก่อนทำควรจัดลำดับความสำคัญของงานให้ดีๆอย่ารับงานเยอะเกินไปอย่างมาก3 ที่ก็เหนื่อยแล้วไหนจะต้องมาวางแผนงานอีกทำพอดีๆค่ะเดี๋ยวเสียสุขภาพไปแก้ยากนะเตือนด้วยประสบการณ์จริง

ราคาเหมาะสมกับคุณภาพและpositioning ที่คุณอยู่

ต้องบอกความหมายของคำว่าpositioning ก่อนมันคือตำแหน่งในตลาดที่คุณอยู่หรืออาจจะดูที่ชื่ออาชีพของคุณก็ได้เช่นนักวาด,ศิลปิน,คอนเซปต์อาร์ติสท์ก็มีตำแหน่งในตลาดแตกต่างกันนักวาดทำงานพาณิชย์ศิลป์ส่วนศิลปินทำงานตามใจตัวเองออกgallery

นอกจากนี้ในแต่ละอาชีพก็ยังมีตำแหน่งในตลาดย่อยๆอีกซึ่งส่งผลกับรูปแบบในการหารายได้ของคุณซึ่งไม่เกี่ยวกับทักษะในการวาดของคุณเลยไม่เกี่ยวว่าคุณเพนท์เก่งแล้วงานคุณเลยแพงกว่าซึ่งสังคมที่คุณอยู่และวิธีในการสร้างแบรนด์จะเป็นตัวกำหนดตำแหน่งในตลาดของคุณค่ะ

มีความยืดหยุ่น

ยืดหยุ่นในที่นี้คือการปรับตัวเก่งหรือคุณอาจจะมีมากกว่า1 ลายเส้นทำให้คุณสามารถรับงานได้ในกลุ่มที่กว้างมากขึ้นนักวาดบางคนรายได้หลายสไตล์งานจะเข้าเยอะแต่คนจะงงไปด้วยว่ามีกี่ลายเส้นกันแน่อันนี้แล้วแต่คุณเลยถ้าคุณไม่ได้ถือเรื่องคนจำลายเส้นไม่ได้แต่ต้องการรับงานหลายที่

นอกจากนี้ยังเป็นคนยืดหยุ่นในการดีลงานสามารถสังเกตุลูกค้าและความต้องการของลูกค้ามีการปรับเปลี่ยนงานได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าและยืดหยุ่นบ้างในเรื่องของราคาก็คือคุณอาจจะบอกลูกค้าว่าถ้าลดงบลูกค้าลงจำนวนครั้งในการแก้ไขจะลดลงด้วยประมาณนี้ค่ะสิ่งที่สำคัญคืออย่าหย่อนเดินทางสายกลางค่ะ

illustpod:vid ep 5:เทคนิคสีน้ำ

Watch Now:

มาดูเทคนิคสีน้ำแบบต่างๆค่ะ

illustpod:meisanmui ep7:แจ้งข่าวเรื่องการอัพเดทพอดแคสต์ส่วนหนึ่งเป็นวิดีโอ

วันนี้พ็อดแคสต์ของเรามีวิดีโอแล้วนะคะซึ่งจริงๆแล้วเราจะสอนเป็นวิดีโอด้วยแต่ไม่ใช่ทุก Episode ที่กลายเป็นวิดีโอเพราะว่าจะเป็นวิดีโอที่ใช้สอนอย่างเดียวหรือไม่ก็เป็นวิดีโอที่แสดงความสามารถอะไรแบบนี้นะคะหรืออาจจะเป็นโชว์รูปโชว์ขั้นตอนการวาดอะไรแบบนี้ค่ะรอติดตามกันได้นะคะชอบหรือไม่ชอบยังไงก็รีวิวได้ค่ะ